2. สภาพแวดล้อมตลาด
เทรนด์เกิด Retracement หรือกลับตัว(Reversal)
คุณเคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อนมั้ย?
หากดูกราฟนี้อย่างผิวเผิน การเคลื่อนไหวของราคาถูกรวมและอาจจะคิดว่าเป็นเวลาที่จะทำการซื้อแล้ว แต่คุณคิดผิด เนื่องจากสิ่งนี้ คือ Retracement
ไม่มีใครอยากเผชิญกับRetracement แต่สิ่งนี้สามารถเกิดขึ้นได้ ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น?
ในตัวอย่างด้านบน เทรดเดอร์ Forex ไม่สามารถที่จะแยกความแตกต่างระหว่าง Retracement และการกลับตัวได้
แทนที่จะอดทนและไปตามแนวโน้มขาลง เทรดเดอร์กลับเชื่อว่าการกลับตัวอยู่ในการเคลื่อนไหวของราคา จะทำให้เกิดการขาดทุนได้
ในบทเรียนนี้ คุณจะได้เรียนรู้ลักษณะของ Retracement และการกลับตัว(Reversal)
โดยจะแนะนำวิธีการแยก Retracement และ Reversal และวิธีการป้องกันคุณออกจากสัญญาณหลอก
Retracement ของเทรนด์คืออะไร?
เป็นราคาที่ขึ้นลงซ้ำไปมา หรือราคาลงและกลับมาขึ้น
ตามที่กล่าวมานี้ เรียกว่า Retracement รูปแบบที่ราคากลับเพียงหนึ่งครั้ง
แนวโน้มการกลับตัว(Reversal) คืออะไร
แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของแนวโน้มที่เกิดขึ้นในระยะกลางถึงระยะยาว ตัวอย่างเช่น แนวโน้มขาลงอย่างต่อเนื่องแต่มีการเปลี่ยนเป็นเเนวโน้มขาขึ้นด้วย เรียกว่า รูปแบบการกลับตัว(Reversal)
โดยดูตัวอย่างได้จากกราฟด้านล่างนี้
ควรทำอย่างไรหากเกิดRetracementและการกลับตัว(Reversal)?
เมื่อคุณพบกับโอกาสที่น่าจะเกิด Retracement หรือการกลับตัว คุณมี 3 ตัวเลือกให้เลือกทำ
1. หากคุณถือตำแหน่งอยู่ให้ดูสถานการณ์ ถ้าหาก Retracement ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ให้ระวังเนื่องจากมีความอันตรายที่จะเกิดการขาดทุนได้
2. หากคุณปิดตำแหน่งและให้ลองเข้าตำแหน่งอีกครั้ง แน่นอนว่าสุดท้ายแล้วทิศทางของเทรนด์ไม่เปลี่ยนแปลงและโอกาสที่สามารถได้รับกำไรก็จะลดลงครึ่งหนึ่ง
3. หากคุณปิดตำแหน่งถาวร สามารถแบ่งกำไรหรือขาดทุนตามการขยับที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น
และเนื่องจากการกลับตัวนี้นั้นสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ทำให้การเลือกตัวเลือก 3 อย่างนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ซึ่งการจัดการความเสี่ยงนั้นสำคัญมากเพื่อให้สามารถจัดการได้ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์ใด
ก่อนหน้า
ต่อไป