ข้อดีของการ breakout ในการเทรด forex นั้นคือ โอกาสนั้นสามารถมองเห็นได้อย่างง่าย
เมื่อคุณเริ่มที่จะคุ้นเคยกับสัญญาณ Breakout แล้ว คุณจะสามารถมองหาการเทรดที่มีศักยภาพได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว
//= DEVICE ?>//=JS_VERSION?>
English (UK)
United KingdomDeutsch
Germanyไทย
ThailandTiếng Việt
Vietnamελληνικά
GreeceEspañol
Spainहिंदी
IndiaItaliano
Italy한국어
South KoreaNederlands
Netherlands日本語
JapanSuomi
FinlandEnglish
PakistanKiswahili
JamaicaFilipino
PhilippinesУкраїнська
UkraineTürkçe
TurkeyFrançais
FranceNorsk
Norwayবাংলা
BangladeshUAE-English
Saudi ArabiaMalaysia
Malaysiaພາສາລາວ
Laosខ្មែរ
CambodiaSvenska
SwedenDansk
Denmark
เส้นทางที่ตั้งมั่นอยู่ไม่ไกลแล้ว
ในหลักสูตรนี้ เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับการซื้อขายสัญญาณกลับตัว(Divergence Trading), Breakout
และการใช้หลายกรอบช่วงเวลา(Multi time frames) ของกราฟ
เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเเนวคิดการวิเคราะห์ทางเทคนิคเพิ่มเติม
ข้อดีของการ breakout ในการเทรด forex นั้นคือ โอกาสนั้นสามารถมองเห็นได้อย่างง่าย
เมื่อคุณเริ่มที่จะคุ้นเคยกับสัญญาณ Breakout แล้ว คุณจะสามารถมองหาการเทรดที่มีศักยภาพได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว
และถึงตอนนี้ คุณควรจะคุ้นเคยกับกราฟที่เป็นสัญญาณ Breakoutแบบผันกลับด้านล่างนี้
- Double Top/Bottom
- Head and Shoulder
- Triple Top/Bottom
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม เข้าไปดูที่บทเรียนเกี่ยวกับรูปแบบกราฟของเราได้
และนอกจากรูปแบบกราฟแล้ว มันยังคงมีเครื่องมือและตัวบ่งชี้อีกมากมายที่คุณสามารถใช้เป็นตัวช่วยสำหรับการ Breakout แบบผันกลับได้
วิธีแรกที่จะมองหา Breakout ที่อาจจะเกิดขึ้นได้นั้น คือการวาดเส้นเทรนด์ไลน์ลงในกราฟ การวาดเส้นเทรนด์ไลน์นั้น คุณจะต้องมองที่กราฟและวาดเส้นที่ไปในทิศทางเดียวกันกับแนวโน้มในปัจจุบัน
การวาดเส้นเทรนด์ไลน์นั้นจะดีที่สุด หากคุณสามารถเชื่อมจุด Top หรือ Bottom อย่างน้อยที่สุด 2 จุดเข้าไว้ด้วยกัน ยิ่งมีการเชื่อมต่อระหว่างจุด Top หรือ Bottom มากเท่าไร เส้นเทรนด์ไลน์นั้นก็จะมีความแข็งแรงมากขึ้น
แล้วคุณจะใช้เส้นเทรนด์ไลน์นี้ให้เป็นประโยชน์ได้อย่างไร? เมื่อราคานั้นเคลื่อนเข้าหาเส้นเทรนด์ไลน์ มีเพียง 2 กรณีที่จะเกิดขึ้น คือ ราคาอาจจะเด้งออกจากเส้นเทรนด์ไลน์ หรือดำเนินต่อไปตามแนวโน้มเดิมและราคาอาจ Breakout ออกจากเส้นเทรนด์ไลน์ และทำให้เกิดการกลับตัว
การที่ดูเพียงราคานั้นไม่เพียงพอ แต่ในจุดนี้ การใช้ตัวชี้วัดมากกว่า 1 ตัวเข้ามาช่วย อย่างที่ได้อธิบายไว้ก่อนหน้านี้จะสามารถช่วยคุณได้อย่างมาก
สังเกตว่า EUR/USD แยกออกจากเส้นเทรนด์ไลน์ และ MACD ที่แสดงการเคลื่อนไหวแบบขาลง และจากการใช้ข้อมูลเหล่านี้ เราจะสามารถรู้ได้ว่า Breakout จะยังคงผลักดันราคา EUR ให้ตกลงอย่างต่อเนื่องและในฐานะเทรดเดอร์ เราควรที่จะทำการ Short คู่สกุลเงินนี้
อีกวิธีในการมองหาโอกาส Breakout คือการสร้างช่องสัญญาณของเทรนด์ หรือ Trend Channels การวาด Trend Channels นั้นคล้ายกับการวาดเส้นเทรนด์ไลน์ เพียงแต่ว่าหลังจากที่คุณวาดเส้นเทรนด์ไลน์แล้ว คุณต้องเพิ่มอีกด้านหนึ่งในมันด้วย
Channels เหล่านี้นั้นมีประโยชน์อย่างมาก เพราะคุณจะสามารถระบุ Breakout ได้ทั้งในสองทิศทางของเทรนด์ วิธีการนี้นันคล้ายกับวิธีที่เราใช้กับเทรนด์ไลน์ ที่เราจะต้องรอให้ราคาเคลื่อนไปถึง 1 ในเส้นของ Channels และดูที่ตัวชี้วัดเพื่อช่วยในการตัดสินใจของเรา
สังเกตว่า MACD จะแสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนไหวแบบขาลงที่แข็งแรง เมื่อ EUR/USD ที่ตกลงทะลุผ่านใต้เส้นต่ำสุดของ Trend Channel และนี่เป็นสัญญาณที่ดีในการทำการ Short
วิธีที่ 3 ที่คุณสามารถจะระบุโอกาสของการ Breakout นั้นสามารถทำได้จากการมองหารูปแบบสามเหลี่ยม
รูปสามเหลี่ยมนี้จะก่อตัวขึ้นเมื่อราคาตลาดนั้นเริ่มที่จะมีความผกผัน และเริ่มที่จะเกิดการกระจุกตัวและกรอบช่วงราคาจะแคบลง
เป้าหมายของเราคือการวางตำแหน่งตัวเราไว้เมื่อตลาดเกิดการกระจุกตัว ซึ่งเราจะสามารถจับการเคลื่อนไหวเมื่อการ breakout นั้นเกิดขึ้นได้
ประเภทของรูปแบบสามเหลี่ยมนั้นมีอยู่ 3 ประเภทที่ควรจำ มีดังนี้:
1. สามเหลี่ยมมุมเงย ( Ascending Triangle)
2. สามเหลี่ยมมุมก้ม (Descending Triangle)
3. สามเหลี่ยมสมมาตร (Symmetrical Triangle)
สามเหลี่ยมมุมเงย(Ascending Triangle) ก่อตัวขึ้นเมื่อมีระดับแนวต้านและราคาตลาดนั้นยังคงปรับขึ้นไปที่จุด Higher Lows และนี่คือสัญญาณว่าแนวโน้มขาขึ้นนั้นจะเริ่มที่จะเริ่มมีการเคลื่อนไหวมากกว่าขาลงอย่างช้าๆ
และเบื้องหลังของรูปสามเหลี่ยมนี้คือ ในแต่ละครั้งที่ราคานั้นขึ้นไปถึงจุด High เทรดเดอร์หลายคนนั้นจะถูกชักจูงให้ทำการขายที่ระดับนั้น ซึ่งจะส่งผลให้ราคานั้นตกลงกลับไปที่เดิม
ในอีกทางหนึ่ง เทรดเดอร์หลายคนเชื่อว่าราคานั้นควรที่จะขึ้นไปได้สูงกว่านี้ และเมื่อราคานั่นเริ่มที่จะตกลง จึงต้องทำการซื้ในจุดที่สูงกว่าจุด Low ที่ผ่านมา
และผลที่ได้นั้น คือ การแข่งขันระหว่างขาขึ้นและขาลง ที่ซึ่งจะรวมเข้ากัน
สิ่งที่เราต้องการจะมองหานั้นคือการ Breakout ไปในทางขาขึ้นเนื่องจากสามเหลี่ยมมุมเงย (Ascending Triangles) มักจะส่งสัญญาณขาขึ้น (Bullish) และเมื่อเราเห็นว่ามีการแยกตัวออกมาจากระดับแนวต้าน การตัดสินใจที่เหมาะสมนั้นคือควรที่จะเป็นการ Long
สามเหลี่ยมมุมก้ม (Descending Triangle) นั้นเป็นแบบตรงข้ามกับสามเหลี่ยมมุมเงย(Ascending Triangle) ผู้ขายจะยังคงกดดันผู้ซื้อ และทำให้เราเริ่มที่จะเห็นจุด Lower High เคลื่อนตัวไปชนกับระดับแนวรับที่แข็งแรง
สามเหลี่ยมมุมก้ม (Descending Triangle) ทั่วไปจะเป็นสัญญาณขาลง เพื่อที่จะใช้ประโยชน์จากมัน เป้าหมายของเราคือ การวางตำแหน่งตัวเองให้ไปทำการ Short หากราคาได้มีการ Breakout ใต้ระดับแนวรับ
สามเหลี่ยมรูปแบบที่ 3 คือ สามเหลี่ยมแบบสมมาตร (Symmertrical Triangle) แทนที่จะเป็นการมีแนวรับในแนวนอน หรือระดับแนวต้านในแนวนอน ทั้งขาขึ้นและขาลงจะทำให้เกิดจุด Higher Low และ Lower High และประกอบเป็นจุดสูงสุดตรงกลาง
ต่างจากสามเหลี่ยมมุมเงย (Ascending Triangle) หรือสามเหลี่ยมมุมก้ม (Descending Triangle) ที่โดยทั่วไปแล้วจะเป็นสัญญาณขาขึ้นและลง สามเหลี่ยมแบบสมมาตร(Symmertrical Triangle)จะไม่เอียงไปทางใดทางหนึ่ง
ในกรณีของสามเหลี่ยมสมมาตร (Symmertrical Triangle)นั้น คุณต้องวางตำแหน่งคุณเองให้พร้อมสำหรับทั้งการ Breakout ด้านบนและด้านล่าง นี่เป็นเวลาที่ดีที่สุดในการใช้คำสั่ง OCO (One Cancels the Other) ลืมไปแล้วว่าคำสั่ง OCO คืออะไร กลับไปอ่านบทเรียนประเภทของคำสั่งอีกครั้ง
ในตัวอย่างนี้ GBP/USD ได้ทะลุผ่านเส้นด้านบนและจุดเข้าด้วยการ Long ของเราจะถูกกระตุ้น