เรียนรู้ Forex

ทีละขั้นตอน

ระดับต้น 1

หากคุณเข้าใจแนวคิดพื้นฐาน Forex ในหลักสูตรระดับก่อนเรียนแล้ว
คุณสามารถเรียนรู้พื้นฐานของการวิเคราะห์ในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
และการเลือกโบรกเกอร์ Forex ได้ในหลักสูตรนี้
อีกทั้งคุณยังได้รู้เกี่ยวกับวิธีการอ่านและรูปแบบกราฟ Forex 3 แบบด้วย

1. ข้อมูลพื้นฐานของโบรกเกอร์

Dealing Desk & Non Dealing Desk

การเลือกโบรกเกอร์นั้น ก่อนอื่นเราต้องพิจารณาก่อนว่าความต้องการของเราคืออะไร ซึ่งโบรกเกอร์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ Dealing Desk (DD) และ Non-Dealing Desk (NDD) โดย Dealing Desk (DD) เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Market Maker ส่วน Non-Dealing Desk (NDD) คือ Straight Through Processing (STP) กับ Electronic Communication Network (ECN) กล่าวคือ ECN+STP นั่นเอง

โบรกเกอร์ DD คืออะไร?

โบรกเกอร์ที่เป็น Dealing Desk(DD) จะส่งคำสั่งของเทรดเดอร์ผ่านโบรกเกอร์ Forex ซึ่งลูกค้ากับโบรกเกอร์ที่เป็น Dealing Desk มีความเกี่ยวข้องกันในผลของรายได้ โดยคำสั่งของเทรดเดอร์นั้น ถ้าชนะโบรกเกอร์ Forex จะขาดทุน แต่ในทางกลับกันถ้าเทรดเดอร์แพ้ โบรกเกอร์Forexจะได้กำไร ดังนั้นสิ่งเหล่านี้ จึงสามารถนำไปสู่การกระทำที่ทำให้เทรดเดอร์ไม่เกิดผลกำไร เช่น ความแตกต่างจากอัตราแลกเปลี่ยนจริงหรือสเปรดที่กว้างขึ้น เป็นต้น ล่าสุดโบรกเกอร์รูปแบบ Dealing Desk ไม่ทำการซื้อขายที่ไม่ชอบธรรมและส่วนใหญ่ดำเนินธุรกิจอย่างตรงไปตรงมาแล้ว เพียงแต่ว่า แต่ละโบรกเกอร์มีความแตกต่างกันที่ Risk Management จึงควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อน

โบรกเกอร์ NDD คืออะไร ?

รูปแบบ Non Dealing Desk (NDD) คือ วิธีการซื้อขายที่ไม่ผ่าน Dealing Desk โดยรูปแบบ Non Dealing Desk นี้เป็นวิธีการซื้อขายหลักของโบรกเกอร์ Forex ต่างประเทศซะส่วนใหญ่ ซึ่งคำสั่งของนักลงทุนจะไม่ผ่านโบรกเกอร์ Forex แต่คำสั่งจะถูกส่งไปยังบริษัทผู้ให้บริการสภาพคล่อง (โบรกเกอร์ต่างประเทศ, Liquidity Provider) โดยตรงเลย

รูปแบบ Non-Dealing Desk ตามที่กล่าวมาข้างต้นนี้ ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมผู้ให้บริการสภาพคล่อง (LP) กับเทรดเดอร์ โดยรายได้ของโบรกเกอร์ที่ทำรูปแบบ Non-Dealing Desk คือ Spread (ค่าธรรมเนียม) ดังนั้น สเปรดของโบรกเกอร์ Forex ต่างประเทศที่เป็นรูปแบบ Non-Dealing Desk อาจตั้งค่าให้กว้างขึ้นเล็กน้อย
รูปแบบ STP เป็นวิธีการส่งคำสั่งมาตรฐานของ Non-Dealing Desk ที่ใช้ในบัญชีทั่วไปของแต่ละโบรกเกอร์

ตัวอย่าง โบรกเกอร์รูปแบบ STP ที่ใช้บริษัทผู้ให้บริการสภาพคล่อง (LP) 3 บริษัท จะมีคู่ Bid และ Ask 3 แบบ ดังนี้

Bid ASK
Liquidity Provider A 1.2998 1.3001
Liquidity Provider B 1.2999 1.3001
Liquidity Provider C 1.3000 1.3002

โดยจะเรียงลำดับจากราคา Bid-Ask ที่ดีที่สุดจากในระบบ ตัวอย่างเช่น 1.3000 เป็นราคาที่ดีที่สุดในราคา Bid, 1.3001 เป็นราคาที่ดีที่สุดของราคา Ask ดังนั้นราคา Bid/Ask ที่ลูกค้าจะได้ 1.3000/1.3001 ซึ่งถ้าถามว่าคุณสามารถดูแพลตฟอร์มราคาซื้อขายนี้ได้หรือไม่? ขอตอบเลยว่าไม่สามารถดูได้แน่นอน!!

ในกรณีมีปัญหา โดยโบรกเกอร์จะคิดราคาเพิ่มเล็กน้อย สมมุติว่านโนบายของพวกเขา เพิ่ม 1 PIP ในแพลตฟอร์มของคุณจะแสดงเป็น 1.2999/1.3002 ดังนั้น จากสเปรด 1 PIP จะกลายเป็นสเปรด 3 PIP

ดังนั้น ถ้าคุณตัดสินใจซื้อ (Buy) EUR/USD จำนวน 100,000 unit คำสั่งนั้นจะไปที่โบรกเกอร์ของคุณและจะถูกคิดที่ LP A ไม่ก็ LP B

เหตุผลการเปลี่ยนแปลง Bid/Ask นี้ บริษัทโบรกเกอร์ที่เป็นรูปแบบ STP ส่วนใหญ่นั้นจะคิดค่า Spread ขึ้นนิดหน่อย ถ้าหากสเปรดของ LP ผันผวนหรือถ่าง สเปรดของโบรกเกอร์ก็จะถ่างขึ้นตามไปด้วย ซึ่งในส่วนนี้พวกเขาไม่มีทางเลือก นอกจากการถ่างสเปรดตาม ในบางกรณีบางโบรกเกอร์รูปแบบ STP ก็เสนอให้สเปรดคงที่ แต่สเปรดของโบรกเกอร์ส่วนใหญ่นั้นมีความผันผวน

โบรกเกอร์ ECN คืออะไร?

โบรกเกอร์แบบ ECN นั้น มีโบรกเกอร์ต่างประเทศจำนวนมากใช้รูปแบบบัญชี ECN(บัญชี Zero spread) ซึ่งเป็นคำสั่งหลักในการทำการซื้อขายหุ้น
โดยคำสั่งของเทรดเดอร์นั้นจะเข้าไปยังสถานที่ซื้อขาย ที่เรียกว่า Inter Bank โดยตรง สถานที่รับการซื้อขายจะมีคำสั่งตั้งแต่เทรดเดอร์รายย่อย กองทุน ธนาคาร ผู้เข้าร่วมจำนวนมาก ไปจนถึงโบรกเกอร์อื่นๆ โดยถ้าคำสั่งซื้อขายรวมกัน คำสั่งจะถูกจับคู่โดยคอมพิวเตอร์ทันที