ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบถ่วงน้ำหนักซับซ้อน (Exponential Moving Average: EMA)
อย่างที่เราได้กล่าวไปในบทเรียนที่ผ่านมา ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อย่างง่ายนั้นถูกบิดเบือนได้อย่างง่ายดายโดยการเปลี่ยนแปลงของราคาอย่างฉับพลัน เรามาจะเริ่มกันที่ตัวอย่างต่อไปนี้
สมมติว่าเราพล็อต SMA ช่วง 5 วันลงบนกราฟ EUR/USD รายวัน ตามกราฟด้านล่างนี้
ราคาปิดของ 5 วันที่ผ่านมาเท่ากับราคาดังต่อไปนี้:
วันที่ 1: 1.3172
วันที่ 2: 1.3231
วันที่ 3: 1.3164
วันที่ 4: 1.3186
วันที่ 5: 1.3293
โดยค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อย่างง่ายจะสามารถคำนวณได้ดังต่อไปนี้
(1.3172 + 1.3231 + 1.3164 + 1.3186 + 1.3293) / 5 = 1.3209
หากมีการรายงานข่าวในวันที่ 2 ที่ทำให้เงินยูโรร่วงจะเป็นอย่างไร?
มันจะทำให้ค่าเงิน EUR/USD นั้นร่วงและปิดการเทรดลงที่ราคา 1.3000 เรามาดูกันว่าจะมีผลกระทบอะไรบ้างกับค่า SMA จาก 5 ช่วงเวลานี้
วันที่ 1: 1.3172
วันที่ 2: 1.3000
วันที่ 3: 1.3164
วันที่ 4: 1.3186
วันที่ 5: 1.3293
โดยค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อย่างง่าย(SMA)จะสามารถคำนวณได้ดังต่อไปนี้:
(1.3172 +1.3000 + 1.3164 + 1.3186 + 1.3293) / 5 = 1.3163
ผลลัพธ์ของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อย่างง่าย(SMA)นั้นต่ำลงมาก และมันจะทำให้คุณคิดว่าราคาจะลดลง แต่ในความเป็นจริงแล้ว เป็นเพียงการลดราคาลงเฉพาะในวันที่ 2 เท่านั้น ซึ่งเป็นการลดลงของราคาเพียงแค่ครั้งเดียวที่เกิดจากผลการรายงานทางเศรษฐกิจที่ไม่ดีนัก สิ่งที่เราต้องการที่จะอธิบายนั้นคือ ในบางครั้งค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อย่างง่าย(SMA)นั้นอาจจะง่ายเกินไป หากมีวิธีที่คุณจะสามารถคัดกรองการปรับเปลี่ยนของราคาอย่างฉับพลันออกไปได้
ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบถ่วงน้ำหนักซับซ้อน (EMA) นั้นจะให้น้ำหนักกับช่วงระยะเวลาล่าสุดมากที่สุด
ในตัวอย่างด้านบน EMA นั้นจะให้น้ำหนักกับราคาล่าสุด ซึ่งคือวันที่ 3, 4 และ 5
และมันยังหมายความว่าการเปลี่ยนแปลงของราคาในวันที่ 2 นั้นจะมีน้ำหนักน้อยกว่า และจะไม่ส่งผลกระทบที่ใหญ่มากนักกับค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อย่างง่าย(SMA)อย่างที่มันจะกระทบ