5. อินดิเคเตอร์ยอดนิยม
สรุป: อินดิเคเตอร์กราฟที่ได้รับความนิยม
Common Chart Indicators:
Bollinger Bands, MACD, Parabolic SAR
Stochastic, RSI, ADX, Ichimoku Kinko Hyo
เครื่องมือของคุณนั้นจะทำให้คุณมีโอกาสที่ดีมากขึ้นในการตัดสินใจ เมื่อคุณอยู่ในเวลาที่ถูกต้องและในใช้เครื่องมือที่ถูกต้อง เรามาทบทวนอินดิเคเตอร์ที่เราได้เรียนในบทเรียนนี้กัน
Bollinger Bands
- Bollinger Band นั้นถูกใช้ในการวัดระดับความผกผันของตลาด
- พวกมันทำหน้าที่เป็นเหมือนกับระดับแนวรับและแนวต้านเล็กๆ
Bollinger Bounce
- กลยุทธ์ที่อาศัยความคิดว่าราคามีแนวโน้มที่จะกลับไปจุดกึ่งกลางของ Bollinger Bounce เสมอ
- คุณจะซื้อเมื่อราคาอยู่ที่ Bollinger Bounce ที่ต่ำ
- คุณจะขายเมื่อราคาอยู่ที่ Bollinger Bounce ที่สูง
- ถูกใช้มากที่สุดในตลาดที่มีการเคลื่อนไหวในแนวราบ
Bollinger Squeeze
- กลยุทธ์ที่ใช้ในการจับ Breakout ได้อย่างรวดเร็ว
- เมื่อ Bollinger bands หดตัว มันหมายถึงตลาดเงียบมาก
- breakout กำลังจะเกิดขึ้นและเมื่อ breakoutเกิดขึ้น เราจะเข้าสู่เทรดในข้างที่ราคาทำให้เกิดการ breakout
MACD
- MACD ถูกใช้ในการจับแนวโน้มที่เกิดในช่วงแรก และยังสามารถช่วยในการมองหาการกลับตัวของเทรนด์
- มันประกอบด้วยค่าเฉลี่ยการเคลื่อนที่ 2 ตัว(1 เร็ว 2 ช้า) และเส้นแนวตรงที่เรียกว่าฮิสโตแกรม ซึ่งวัดระยะทางระหว่างค่าเฉลี่ยการเคลื่อนที่ 2 ตัว
- เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ของราคาแต่เป็นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อื่นๆ
- วิธีการใช้ MACD อีกวิธีหนึ่งคือ คือการรอให้ เส้นเร็ว “ตัดผ่านด้านบน” หรือ “ตัดผ่านด้านล่าง” เส้นช้าและทำการเข้าการเทรด เพราะมันได้ส่งสัญญาณแนวโน้มใหม่
Parabolic SAR
-อินดิเคเตอร์นี้ทำมาเพื่อมองหาแนวโน้มการกลับตัวของเทรนด์
- มันเป็นอินดิเคเตอร์ที่ง่ายที่สุดในเรื่องของการตีความ เพราะมันให้เพียงแค่สัญญาณขาขึ้นและขาลง
- เมื่อจุดอยู่สูงกว่าแท่งเทียน มันคือสัญญาณการขาย
- เมื่อจุดอยู่ต่ำกว่าแท่งเทียน มันคือสัญญาณการซื้อ
- เนื่องจากเป็นการปรับขึ้นและลงของราคาในระยะยาว
Stochastic
- ใช้เพื่อแสดงสภาพการซื้อหรือการขายเกินที่มากเกินไป
- เมื่อเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่มากกว่า 80 มันหมายถึงตลาดมีการซื้อมากเกินและเราควรขาย
- เมื่อเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ต่ำกว่า 20 มันหมายถึงตลาดมีการขายมากเกินและเราควรซื้อ
Relative Strength Index (RSI)
- คล้ายกับ Stochastic ในด้านที่ว่ามันใช้แสดงถึงสภาพการซื้อและขายเกินที่มากเกินไป
- เมื่อ RSI มากกว่า 70 มันหมายถึงตลาดมีการซื้อมากเกินและเราควรขาย
- เมื่อ RSI ต่ำกว่า30 มันหมายถึงตลาดมีการขายมากเกินและเราควรซื้อ
- RSI ยังสามรถใช้เป็นการยืนยันการก่อตัวของแนวโน้ม ถ้าคุณคิดว่าแนวโน้มกำลังก่อตัว รอให้ RSI ปรับตัวขึ้นไปสูงกว่าหรือต่ำกว่า 50 (ขึ้นอยู่กับถ้าคุณมองแนวโน้มขาขึ้นหรือขาลง) ก่อนที่คุณจะเข้าสู่การเทรด
Average Directional Index (ADX)
- ADX สามารถคำนวณความแข็งแรงของแนวโน้มได้
- ADX จะแปรผันจาก 0 ไปถึง 100 และค่าที่น้อยกว่า 20 นั้นจะถือว่าเป็นแนวโน้มที่อ่อนแอ และค่าที่สูงกว่า 50 ส่งสัญญาณว่าแนวโน้มมีความแข็งแรง
- ADX นั้นสามารถใช้เป็นตัวยืนยันว่าคู่ค่าเงินนี้จะสามารถดำเนินตามเทรนด์ต่อไปได้หรือไม่
- ADX นั้นยังคงสามารถบอกได้ว่าเมื่อใดที่ควรจะปิดการเทรด ดังนั้น เมื่อ ADX เริ่มที่จะตกลงต่ำกว่า 50 มันชี้ให้เห็นว่าแนวโน้มในปัจจุบันเริ่มที่จะอ่อนตัวลงแล้ว
Ichimoku Kinko Hyo
- Ichimoku Kinko Hyo (IKH) เป็นอินดิเคเตอร์อีกตัวหนึ่งที่วัดแรงการเคลื่อนไหวของราคาและยังสามารถระบุบริเวณแนวรับและแนวต้านในอนาคตได้
- คำว่า ichimoku แปลได้ว่า “การมอง” Kinko หมายความว่า “ความสมดุล” และ hyo แปลว่า “ชาร์ต”
รวมคำศัพท์เหล่านี้เข้าไว้ด้วยกัน คำว่า Ichimoku Kinko Hyo นั้นจะแปลว่า “การมองชาร์ตที่มีความสมดุล”
- หากราคานั้นอยู่สูงกว่าช่วงของ Senkou เส้นบนสุดจะทำหน้าที่เป็นแนวรับระดับแรก ในขณะที่เส้นล่างสุดนั้นจะทำหน้าที่เป็นแนวรับระดับที่ 2 ถ้าหากราคานั้นอยู่ต่ำกว่าช่วงของ Senkou เส้นล่างสุดจะทำหน้าที่เป็นแนวต้านระดับแรก ในขณะที่เส้นบนสุดนั้นทำหน้าที่เป็นแนวต้านระดับที่ 2
- Kijun Sen นั้นทำหน้าที่เป็นอินดิเคเตอร์การเคลื่อนไหวของราคาในอนาคต หากราคานั้นขึ้นสูงกว่าเส้นสีน้ำเงิน มันจะสามารถขึ้นสูงไปได้อีก แต่ถ้าหากราคานั้นอยู่ต่ำกว่าเส้นสีน้ำเงิน มันจะตกลงไปเรื่อยๆ
Tenkan Sen นั้นเป็นตัวบ่งชี้ของแนวโน้มของตลาด หากเส้นสีแดงนั้นเคลื่อนตัวขึ้นหรือลง มันจะชี้ในเห็นว่าตลาดนั้นกำลังเป็นเทรนด์ หากมันเคลื่อนที่เป็นแนวนอน มันส่งสัญญาณให้ทราบว่าตลาดนั้นอยู่ในกรอบราคา
- Chikou Span เป็นเส้นที่มีความล่าช้า หาก Chikou Span หรือเส้นสีเขียวตัดผ่านราคาในทิศทางแบบล่างขึ้นบน นั่นคือสัญญาณซื้อ หากเส้นสีเขียวตัดผ่านราคาในทิศทางแบบบนลงล่าง นั่นคือสัญญาณขาย และด้านล่างนี้คือชาร์ตที่มีเส้นเหล่านี้อยู่ และครั้งนี้ มาพร้อมกับสัญญาณการเทรด
อินดิเคเตอร์กราฟแต่ละตัวมีข้อบกพร่อง ซึ่งนี่คือเหตุผลที่เทรดเดอร์ Forex รวมอินดิเคเตอร์ที่แตกต่างกันมากมายเพื่อตวรจสอบอินดิเคเตอร์แต่ละตัว เมื่อคุณก้าวหน้าในการเทรดของเทรดของคุณ คุณจะได้เรียนรู้ว่าอินดิเคเตอร์ที่คุณชอบมากที่สุดและสามารถรวมเข้ากับวิธีการที่เหมาะสมกับสไตล์การซื้อขายแลกเปลี่ยนของคุณ
ก่อนหน้า