2. รูปแบบกราฟที่สำคัญ
การเทรดกราฟรูปแบบ Triangles
รูปแบบสามเหลี่ยมแบบสมมาตร (Symmetrical Triangle)
สามเหลี่ยมแบบสมมาตร (Symmetrical Triangle)นั้นเป็นรูปแบบกราฟที่ความชันของราคาจุด High และความชันของราคาจุด Low จะเข้ามาบรรจบกันที่จุดๆหนึ่ง ทำให้มีรูปแบบคล้ายกับสามเหลี่ยม ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างการเกิดของรูปแบบนี้ นั่นก็คือ ตลาดจะมีการสร้างจุด Lower High และ Higher Low
หมายความว่าทั้งผู้ซื้อและผู้ขายจะผลักดันให้ราคาขึ้นไปไม่ได้มากพอที่จะสร้างให้เห็นแนวโน้มที่ชัดเจนพอหรือมีการขัดแย้งกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย
นี่ก็ถือว่าเป็นการกระจุกตัวของราคาประเภทหนึ่ง
ในกราฟด้านบน เราจะเห็นได้ว่าทั้งผู้ซื้อและผู้ขายไม่สามารถผลักดันราคาไปในทิศทางที่พวกเขาต้องการได้ และเมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้น เราจะได้ Lower High และ Higher Low
และเมื่อเส้นความชันทั้งสองเส้นเคลื่อนเข้าหากัน นั่นหมายความว่า Breakout ใกล้เข้ามาแล้ว
เราไม่มีทางรู้ได้ว่าทิศทางของ Breakout จะเป็นเช่นไร แต่เรารู้ว่าตลาดนั้นจะมีการ Breakout อย่างแน่นอน
แล้วเราจะทำอย่างไรให้ได้เปรียบ?
ง่ายมาก
เราสามารถวางจุดเข้าซื้อไว้บนเส้นความชันของ Lower High และไว้ที่ด้านล่างของเส้นความชันของ Higher Low และเนื่องจากเรารู้แล้วว่าราคาจะเกิดการ Breakout สิ่งที่เราต้องทำคือแค่ตามน้ำไปในทิศทางที่ตลาดเคลื่อนที่ไป
ในตัวอย่างข้างบนนี้ หากเราวางจุดเข้าซื้อไว้บนเส้นความชันของ Lower High เราจะได้เข้าไปอยู่ในการเคลื่อนตัวขึ้นอย่างดี แต่หากคุณวางจุดเข้าซื้อไว้อีกจุดหนึ่งใต้เส้นความชันของ Higher Low คุณจะต้องยกเลิกมันทันทีที่คำสั่งแรกผ่านแล้ว
รูปแบบสามเหลี่ยมมุมเงย (Ascending Triangle)
รูปแบบของสามเหลี่ยมประเภทนี้จะเกิดขึ้นต่อเมื่อมีระดับแนวต้านและความชันของ Higher Low
สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้นั้นคือจะมีเส้นระดับที่ผู้ซื้อดูเหมือนว่าจะไม่สามารถผ่านไปได้ แต่อย่างไรก็ตาม พวกมันจะค่อยๆผลักราคาขึ้น เห็นได้จากจุด Higher Low
จากกราฟด้านบน เราจะเห็นได้ว่าผู้ซื้อจะเริ่มมีความเชื่อมั่นมากขึ้น เพราะพวกเขามีจุด Higher Low
พวกเขาจะสร้างแรงกดดันลงในระดับแนวต้าน และส่งผลให้เกิดการ Breakout
แต่คำถามคือ “มันจะไปในทิศทางไหน? แล้วผู้ซื้อจะสามารถทะลุผ่านระดับนั้นได้หรือไม่ หรือระดับแนวต้านนั้นจะแข็งแรงเกินไปหรือไม่?”
ในหนังสือการวิเคราะห์กราฟหลายๆเล่มอาจบอกคุณว่า ในหลายๆกรณี ผู้ซื้อมักจะชนะในการเทรดครั้งนี้และราคาจะ Breakout ผ่านเส้นแนวต้าน
แต่อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์ของเรา มันไม่เกิดขึ้นจริงเสมอไป
ในบางครั้ง ระดับแนวต้านนั้นอาจจะแข็งแรงเกินไป และอาจจะมีกำลังซื้อที่ไม่มากพอในการพลักดันให้ทะลุผ่านไปได้
ส่วนมากแล้ว ในความเป็นจริง ราคาจะปรับสูงขึ้น ซึ่งสิ่งที่เราต้องการจะชี้ให้เห็นคือ คุณไม่ควรที่จะยึดติดกับทิศทางที่ราคาจะเคลื่อนไป แต่คุณควรเตรียมตัวให้พร้อม ไม่ว่าราคาจะเคลื่อนที่ไปในทิศทางใดก็ตาม
ซึ่งในกรณีนี้ เราจะตั้งคำสั่งเข้าซื้อไว้เหนือเส้นแนวต้านและอยู่ล่างเส้นความชันของ Higher Low
ในสถานการณ์เช่นนี้ ผู้ซื้อมักจะแพ้ในการเทรดและราคาก็จะดิ่งตกลง! คุณจะเห็นได้ว่าราคาที่ตกลงนั้นมีระยะทางเท่าๆกับความสูงของรูปแบบสามเหลี่ยม
และถ้าหากเราตั้งคำสั่งขาย (Sell) ไว้ใต้รูปแบบสามเหลี่ยม เราอาจได้ pips มาบ้างจากราคาที่ดิ่งลง
รูปแบบสามเหลี่ยมมุมก้ม (Descending Triangle)
สามเหลี่ยมมุมก้ม(Descending Triangle)นั้นเป็นรูปแบบตรงกันข้ามกับสามเหลี่ยมมุมเงย(Ascending Triangle)
ซึ่งในรูปแบบสามเหลี่ยมมุมก้มจะมีเส้นจากจุด lower high ที่เกิดขึ้นเป็นเส้นด้านบน และส่วนเส้นด้านล่างนั้นจะเป็นเส้นแนวรับที่ราคานั้นดูเหมือนว่าจะไม่สามารถทะลุผ่านไปได้
ในรูปด้านบน คุณจะเห็นได้ว่าราคานั้นจะค่อยๆสร้างจุด Lower High ที่สามารถบอกได้ว่าผู้ขายนั้นเริ่มที่จะมีข้อได้เปรียบกว่าผู้ซื้อ
ซึ่งส่วนมาก ราคาจะค่อยๆผ่านทะลุเส้นแนวรับและจะค่อยๆตกลงเรื่อยๆ
อย่างไรก็ตาม ในบางกรณี เส้นแนวรับนั้นอาจแข็งแรงเกินไป และราคาจะเด้งออกจากเส้นนี้ และปรับตัวขึ้นอย่างมาก
เราไม่จำเป็นต้องสนใจว่าราคาจะไปในทิศทางใด รู้เพียงแค่ว่ามันกำลังจะไปที่ใดสักที่
และในกรณีนี้ เราจะวางคำสั่งเข้าซื้อไว้เหนือเส้นด้านบน (Lower High) และด้านล่างเส้นแนวรับ
ในกรณีนี้ ราคาจะจบลงที่จุดที่ทะลุผ่านเส้นสูงสุดของรูปแบบสามเหลี่ยมไป
และหลังจากที่มีการ Breakout มันจะพุ่งสูงขึ้นในแนวตั้ง โดยมีระยะทางเท่าๆกับความสูงของสามเหลี่ยม
วางจุดคำสั่งเข้าซื้อไว้เหนือจุดสูงสุดของสามเหลี่ยม และตั้งเป้าหมายไว้ให้สูงเท่าๆกับความสูงของรูปแบบ เพราะมันจะทำให้คุณได้ผลกำไรอย่างงาม
ก่อนหน้า
ต่อไป