เรียนรู้ Forex

ทีละขั้นตอน

ระดับต้น 2

หลักสูตรนี้จะแนะนำการวิเคราะห์ทางเทคนิคสำหรับการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
หากคุณเชี่ยวชาญหลักสูตรนี้ ลองหารูปแบบการซื้อขายและกลยุทธ์การซื้อขายที่เหมาะสมกับคุณ
โดยลองใช้มันในการซื้อขายจริงดู

3. ฟิโบนาชี

Fibonacci เพื่อการวางคำสั่ง Stop Loss

สิ่งที่สำคัญเท่าๆกับการรู้ว่าจะเข้าหรือทำกำไรที่จุดไหน ก็คือการรู้ว่าควรจะวางจุด Stop Loss ไว้ที่จุดไหน คุณไม่ควรที่จะเข้าร่วมการเทรดโดยอ้างอิงจากเพียงแค่ระดับ Fibonacci แต่ไม่รู้ว่าควรจะออกจากการเทรดเมื่อไร

คุณไม่ควรที่จะเข้าเทรดโดยอ้างอิงจากตามระดับ Fibonacci เพียงอย่างเดียว

ในบทเรียนนี้ คุณจะได้เรียนรู้เทคนิคที่จะช่วยตั้งจุด Stop เมื่อคุณตัดสินใจที่จะใช้ระดับ Fibonacci วิธีง่ายๆต่อไปนี้จะช่วยให้คุณตั้งจุด Stop และเรียนรู้เหตุผลของแต่ละวิธี

วิธีการแรกนั้นคือการวางจุด Stop ไว้เลยระดับ Fibonacci เพียงเล็กน้อย

หากคุณวางแผนว่าจะเข้าเทรดที่ระดับ Fibonacci ที่ 38.2% คุณก็ควรที่จะวางจุด Stop Loss ไว้เหนือระดับ 50.0% และหากคุณคิดว่าระดับ 50.0% จะอยู่ได้ คุณก็ควรที่จะวางจุด Stop Loss ไว้เลยระดับ 61.8% และเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ

เรามาดูกันอีกครั้งที่กราฟคู่เงิน EUR/USD ในช่วง 4 ชั่วโมงที่เราเคยแสดงให้คุณดูในบทเรียนของ Fibonacci Retracement

หากคุณทำการขาย(Sell) ที่ระดับ 50.0% คุณควรที่จะวางคำสั่ง Stop loss ไว้เลยระดับ 61.8%

เหตุผลเบื้องหลังของวิธีนี้นั้นคือการที่คุณเชื่อว่าระดับ 50.0% นั้นจะทำหน้าที่เป็นจุดแนวต้าน ดังนั้น หากราคาปรับขึ้นไปเหนือจุดนี้ แนวคิดการเทรดของคุณนั้นจะไม่ได้ผล แต่ปัญหาของวิธีการวางจุด Stop Loss นั้นคือมันขึ้นอยู่กับว่าคุณมีจุดเข้าที่สมบูรณ์แบบมากหรือไม่

การวางจุด Stop Loss เลยระดับ Fibonacci Retracement ไปเล็กน้อยนั้นทำให้เข้าใจว่าคุณมั่นใจจริงๆว่าพื้นที่ระดับแนวรับและแนวต้านของคุณจะทำหน้าที่ของมัน และอย่างที่เราได้นำเสนอไปก่อนหน้า การใช้เครื่องมือวาดเหล่านี้ไม่ใช่วิทยาศาสตร์ที่สามารถให้ผลที่แน่นอน

ตลาดอาจจะมีการปรับราคาไปถึงจุด Stop Loss ของคุณ และในที่สุด มันจะปรับตัวไปตามทิศทางราคาของคุณ

มันอาจจะดีที่สุดหากคุณใช้วิธีการวางจุด Stop Loss ประเภทนี้ในการเทรดระยะสั้น หรือการเทรดภายในวันเดียว

ดังนั้นหากคุณต้องการความปลอดภัยในการเทรดมากขึ้น อีกทางหนึ่งสำหรับการวางจุด Stop นั้นคือการวางมันเลยจุด Swing High หรือ Swing Low ล่าสุด

การวางจุด Stop Loss ประเภทนี้นั้นจะช่วยให้คุณมีช่องโอกาสในการเทรดมากขึ้น และมีโอกาสที่ดีสำหรับตลาดที่จะเคลื่อนไหวไปตามแนวโน้มการเทรดที่คุณต้องการ

หากราคาตลาดนั้นได้ทะลุผ่านจุด Swing High หรือ Swing Low มันอาจบอกได้ว่าการกลับตัวของแนวโน้มนั้นได้เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งมันหมายความว่า แนวคิดการเทรดหรือการจัดวางการเทรดของคุณนั้นไม่ได้ผลและมันสายเกินไปที่จะเข้าร่วมเทรดแล้ว

การตั้งจุด Stop Loss ที่ใหญ่ขึ้นนั้นอาจจะได้ผลดีที่สุดในการเทรดระยะยาว การเทรดแบบ Swing และคุณยังสามารถรวมสิ่งนี้ไว้ในวิธีการ “ปรับขนาด(Scaling in)” และสามารถใช้ได้

แน่นอนว่า ด้วยการมีจุด Stop Loss ที่ใหญ่ขึ้น คุณจะต้องปรับขนาดการเทรดของคุณตามไปด้วย

หากคุณมีแนวโน้มว่าจะเทรดด้วยขนาดเดิม คุณอาจได้ขาดทุนหนักกว่าเดิม โดยเฉพาะถ้าหากคุณเข้าเทรดในระดับต้นๆของระดับ Fibonacci

และมันยังคงสามารถนำไปสูงอัตราผลตอบแทนต่อความเสี่ยงที่ไม่ดีนัก เนื่องจากคุณอาจมีจุด Stop Loss ที่กว้างและไม่เป็นสัดเป็นส่วนกับผลตอบแทนที่อาจจะได้รับ

แล้วอะไรมันดีกว่ากันล่ะ?

ความจริงแล้ว มันก็เหมือนกับการรวมเครื่องมือ Fibonacci Retracement เข้ากับแนวรับและแนวต้าน เส้นเทรนด์ไลน์ และแท่งเทียน เพื่อที่จะหาจุดเข้าที่ดีขึ้น ซึ่งมันจะดีที่สุดสำหรับการใช้ความรู้เกี่ยวกับเครื่องมือเหล่านี้ในการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในปัจจุบันเพื่อช่วยให้คุณเลือกจุด Stop Loss ที่ดีได้

แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม หากเป็นไปได้ คุณไม่ควรที่จะพึ่งพาระดับ Fibonacci ให้จุดแนวรับและแนวต้านเป็นพื้นฐานสำหรับการวางจุด Stop Loss

จำไว้เสมอว่า การวางจุด Stop Loss นั้นไม่ใช่สิ่งที่แน่นอน แต่ถ้าหากคุณต้องการจะเปลี่ยนให้สิ่งเหล่านี้ให้เป็นไปในทางที่คุณต้องการได้โดยการรวมเครื่องมือต่างๆไว้ด้วยกัน มันสามารถช่วยให้คุณมีจุดออกที่ดีกว่าเดิม มีช่องโอกาสสำหรับการเทรดมากขึ้น และอาจมีอัตราผลตอบแทนต่อความเสี่ยงที่ดีขึ้นสำหรับการเทรดของคุณ